วันพุธที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2559

ฟังธรรม สุขกาย สบายใจ

ฟังธรรม ท่านว่าหากเราได้นำมาใช้ในชีวิตประจำวันอย่างมีสติ ชีวิตนั้น ย่อมมีสงบ สุขกายสบายใจ
บ้างครั้งเกิดความเครียดการทำงาน เรามักทำงานโดยคิดว่าทุกคนต้องทำได้ หรือบ้างทีเราทำดีอาจจะไม่โดนใจคนที่เราไปทำให้ได้ ฉะนั้นเรา อย่าเอาตัวเราเองเป็นที่ตั้งในการทำงาน 
จนวันหนึ่งได้ฟังนิทานชาดกเรื่องนี้ เรื่องการใช้ลิงให้ทำงาน (ก็ย้อนคิดเหมือนชีวิตคนเรานี้ ในเรื่องของการใช้คนให้ทำงาน) กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว.............
วันหนึ่งเมื่อคนทำสวนต้องการไปงานประจำปีวัด แต่จำเป็นจะต้องรดน้ำต้นไม้ให้เสร็จก่อนจึงจะไปได้แต่หากไปช้าก็จะไม่ได้ไป ซึ่งวันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้ว จึงได้ไปใช้ลิงที่มีหน้าที่เก็บลูกมะพร้าวในสวนนั้น ให้รดน้ำต้นไม้แทนตน  ลิงดังกล่าวเป็นหัวหน้าลิง มีลูกน้องลิงหลายตัวก็พาลูกน้องลิงมารดน้ำต้นไม้ ขณะที่กำลังรดน้ำต้นไม้ที่ละต้นๆ อยู่นั้น หัวหน้าลิงก็คิดได้ว่าจะเสียเวลารดน้ำนาน เพราะไม่รู้ว่าต้นไม้นั้น ต้องการน้ำเพียงได้ แค่ไหน จึงได้ร้องบอกลูกน้องลิงว่า 

"เฮ๊ย เจ้าพวกลูกของข้าเอ๋ย  เจ้าจงถอดต้นไม้ขึ้นมา แล้วดูว่ารากของต้นไม้นั้นยาวเพียงได้ จะได้รู้ว่าต้องให้น้ำต้นไม้ด้วยน้ำเท่าได" 

สิ้นคำนายสั่ง บรรดาลูกน้องลิงก็ทำการขุดต้นไม้กันยกใหญ่ ในขณะนั้นเองก็มีพระรูปหนึ่งเดินผ่าน เมื่อเห็นลิงทำการขุดต้นไม้ในสวนก็สงสัย จึงเอ๋ยถาม ลิงฝูงนั้นไปว่า 

"เจ้าลิงเอ๋ย พวกเจ้ากำลังทำอะไรกันหรือ ทำไมถึงต้องทำการขุดรากถอนต้นไม้ที่ดูงดงามต้นนี้ขึ้นมา" 

เมื่อหัวหน้าลิงได้ยิน ก็ร้องตอบไปว่า เหตุที่ทำเช่นนี้เพราะ ได้รับหน้าที่ให้รดน้ำต้นไม้จากคนทำสวน และเมื่อลงมือจะรดน้ำต้นไม้อยู่นั้น ก็คิดได้ว่าจะเสียเวลารดน้ำอยู่ทำไม โดยไม่รู้ว่าต้นไม้นั้นมีรากยาวแค่ไหนต้องการน้ำเพียงใด จึงจะขุดต้นไม้ขึ้นมาเพื่อดูรากของมัน 

และเป็นพญาลิงที่แสนฉลาด เราใช้สติปัญญาของเราคิดใคร่ครวญดีแล้ว 

พระภิษุก จึงถามกลับไปว่า เจ้าจะถอดต้นไม้ทีละต้นๆ เพียงเพราะเหตุนี้เองหรอ 
ลิงก็ว่าพระว่า ท่านไม่รู้เหตุผลของเราอย่ามายุ่งเลย 
เมื่อพระได้ฟังเช่นนั้น ก็จึงพูดไปว่า เรามิได้จะติเตียนเจ้า เพียงแต่เราอยากจะบอกคนสวนว่า เหตุใดจึงใช้ใช้เจ้าที่ถนัดงานเก็บลูกมะพร้าวให้มารดน้ำต้นไม้ ซึ่งมันเป็นงานที่ไม่เหมาะกับเจ้าเลย เจ้าลิง

เมื่อคนทำสวนก็กลับมาและได้พบว่า ลิงได้ทำการถอดต้นไม้ขึ้นมาจากสวนหลายต้น อีกทั้งจะไปว่าลิงที่ทำการเช่นนี้ก็ไม่ได้  เนื่องจากตนเองไปใช้ลิงที่ไม่มีความถนัดในงานนี้ แล้วตัวคนสวนเองก็ต้องมานั่งปลูกต้นไม้ใหม่ เหตุเพราะต้นไม้บางต้นนั้นเฉาตาย และงานที่ตนต้องทำเพียงแค่รดน้ำ กลับกลายเป็นต้องเพิ่มงานของตนเองขึ้นมา 

นิทานชาดกเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

เมื่อผู้ใช้เลือกใช้งานคนไม่ตรงกับความสามารถของคน เลือกใช้คนตามความพอใจของตน ก็ยอมจะทำให้เกิดผลเสียกับงาน เพราะคนเราแต่ละคนย่อมมีความสามารถ ถนัดไม่เหมือนกัน






วันศุกร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ความเงียบ สงบทุกสิ่ง




เมื่อมีปัญหา...การเงียบ คือ ทางออกที่ดีที่สุดแล้วจริงหรอ....

การทำตัวออกห่าง และไม่ยอมคุยกัน มีจะทำให้สถานการ์ณเปลี่ยนไปทางในลบ 
อีกฝ่ายต้องการจะคุย แต่อีกนิ่งเฉยที่จะคุยและไม่ยอมเคลียร์ปัญหา (นิ่งสงบทุกสิ่ง...จริงหรอ)
เมื่อมีคนกลางพยายามจะช่วยเคลียร์ปัญหา แต่กลับโดนปฏิเสธที่จะให้ความร่วมมือ 
....ลองตรองดูให้ดี ว่าท่านทำดีที่สุดแล้ว..... 
การเงียบมันเป็นทางออกที่สุดแล้วหรอ ลองหันหน้าคุยกัน ลองจับมือแล้วไปด้วยกัน
ให้อภัยซึ่งกันและกัน เราจะพบว่าโลกนี้น่าอยู่ และอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข

^
^
^
^
ในทางโลก


ในทางธรรม >>>> นิ่งสงบ..สยบความเคลื่อนไหว


"นิพพานอยู่ไม่ไกล หากอยู่ในทุกขณะของชีวิต เพียงใจที่สงบเย็น ลดละความเห็นแก่ตัว"

"ศาสนาทั้งหลาย ไม่มีทาง ร่วมมือกันได้ ถ้าไม่เอาหัวใจ มาพูดกัน"



ที่มา :  “หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ”  สวนวชิรเบญทัศ หรือสวนรถไฟ 







วันพุธที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2556

ใบขับขี่หมดอายุ ต้องต่อภายในกี่วัน


ใบขับขี่หมดอายุ ต้องต่อภายในกี่วัน

กรณีที่ใบขับขี่ของเราหมดอายุ เราจะต้องไปต่ออายุใบขับขี่ที่กรมขนส่งทางบก ซึ่งปัจจุบันสามารถต่อได้ทุกที่ทั่วประเทศ โดยแบ่งออกเป็นแต่ละกรณีดังนี้

1. กรณีที่เป็นการต่ออายุใบขับขี่ใบแรก ( 1 ปี ) จะต้องรอให้ใบขับขี่ของเรา หมดอายุก่อนแล้วจึงจะสามารถไปต่ออายุได้ เช่น ถ้าใบขับขี่เราหมดอายุในวันที่ 31 มีนาคม 2556 วันที่ 1 เมษายน 2556 เป็นต้นไปเราจึงจะสามารถต่ออายุใบขับขี่ได้ แล้วและจะต้องต่อภายใน 1 ปี หลังจากที่หมดอายุ

2. กรณีที่เป็นใบขับขี่ แบบ 5 ปี สามารถต่ออายุล่วงหน้าได้ 3 เดือน และจะต้องต่อภายใน 1 ปีหลังจากที่ใบขับขี่หมดอายุ เช่นเดียวกัน

เอกสารที่เราจะต้องเตรียมไปในวันที่ต่ออายุใบขับขี่ก็มีดังนี้
-สำเนาบัตรประชาชน
-สำเนาทะเบียนบ้าน
-ใบขับขี่เก่า
-ใบรับรองแพทย์
-เอกสารอื่นๆ เช่น เอกสารการเปลี่ยนชื่อ(ถ้าเราเปลี่ยนชื่อ)
-เงิน 350 (ค่าถ่ายรูปและพิมพ์ใบฯ 100บาท, ค่าใบอนุญาตฯ 250 บาท ,ค่าคำขอ 5 บาท) สำหรับบัตรแข็งแบบใหม่

ขั้นตอนการติดต่อ การต่ออายุใบขับขี่
1. ยื่นเอกสารที่ช่องต่ออายุบัตร/ใบขับขี่
2. รอพนักงานเรียกชื่อ เพื่อรับเอกสาร
3. รอเรียกชื่อที่ช่องชำระเงิน
4. หลังจากที่ชำระเงินเสร็จแล้วจะได้รับใบเสร็จ ใบเสร็จดังกล่าวนำไปถ่ายรูปติดบัตร
5. หลังจากที่ถ่ายรูปเสร็จก็นั่งรอรับบัตรใหม่
6. รับใบขับขี่ใหม่ที่ต่ออายุเรียบร้อย



ข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับการต่ออายุใบขับขี่
1. ใบอนุญาตขับรถ จะต้องเป็น ประเภทส่วนบุคคลรถจักรยานยนต์และรถยนต์ ( มีอายุ 5 ปี)
สามารถต่อล่วงหน้าได้ไม่เกิน 1 เดือน
2. ถ้าเป็นใบอนุญาตขับรถชั่วคราวรถจักรยานยนต์ และรถยนต์ ไม่สามารถต่ออายุล่วงหน้าได้
จะต้องมีอายุครบตามวันสิ้นอายุใบอนุญาตขับรถชนิดชั่วคราว ก่อน จึงจะต่ออายุได้
3. กรณีที่จะได้ใบอนุญาตรถยนต์เป็นส่วนบุคคล ( 5 ปี) ได้ จะต้องได้ใบอนุญาตขับรถชั่วคราวก่อน
และอายุใบอนุญาตจะต้องครบ 1 ปี ก่อน จึงจะสามารถเปลี่ยนประเภทเป็นส่วนบุคคล 5 ปี ได้
 ***กรณีนี้ไม่ถือว่าเป็นการต่ออายุ เพราะว่าส่วนมากจะเข้าใจผิดว่าเป็นการต่ออายุ แต่เรียกว่า เป็นการเปลี่ยนประเภทใบอนุญาตขับรถ กรณีรถจักรยานยนต์ซึ่งท่านจะต้องมีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ จึงจะสามารถเปลี่ยนประเภทเป็นส่วนบุคคล 5 ปี ได้

วันพุธที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2555

การขอคืนเงินภาษีรถคันแรก

หลังจากที่ลุ้น รอ จอง จนได้รถ และได้ป้ายทะเบียนรถมาเรียบร้อยแล้ว ที่นี้ก็มาถึงขั้นตอนของการขอคืนเงินภาษีกันซะที
เอกสารที่ต้องเตรียมในการขอภาษีรถคันแรก
1. แบบฟอร์มคำขอใช้สิทธิ์ โหลดได้จาก http://www.excise.go.th/fileadmin/STA/pdf_file/car/13022555_01.pdf

2. หนังสือยินยอมสละสิทธิ์การโอนรถยนต์ (กรณีเช่าชื่อ : ส่วนตัวทำ finance ของ ธนาคารเกียรตินาคิน สามารถขอได้จากสาขาใกล้บ้าน ซึ่งทาง ธ.จะเตรียมเอกสาร โดยมีใบเสร็จเงินดาว์นและหนังสือยินยอมสละสิทธิ์การโอนรถยนต์ ส่วนนี้ให้โดยผู้จัดการจะเป็นผู้เซนต์ให้)
หรือโหลดได้จาก
http://www.excise.go.th/fileadmin/STA/pdf_file/car/13022555_02.pdf

3. สำเนาหนังสือเช่าชื่อ (ถ่ายทุกหน้า โดยไม่ใช้ส่วนของผู้ค้ำประกัน)
4. สำเนาบัตรประชาชน
5. สำเนาทะเบียนบ้าน
6. สำเนาเล่มทะเบียน (หน้าแรกของเล่ม) ซึ่ง ณ วันที่เราได้ป้ายทะเบียนขาว ทางโชวรูมจะให้มาด้วยหรือทางไฟแนนซ์จะส่งไปรษณีย์มาให้หลังจากวันรับป้ายทะเบียนขาว ไม่เกิน 15 วัน
7. สำเนาใบรับมอบรถ
8. สำเนาหน้าแรกของสมุดธนาคาร

เมื่อเอกสารพร้อมแล้ว อย่าลืม สำเนาทุกหน้า ต้องเซนต์ รับรองสำเนาถูกต้อง ทุกหน้า

----> ยื่นเอกสารเรียบร้อยแล้วที่ สรรพสามิต ราชวัตร์ ไปช่วงเช้า คนไม่เยอะ (15 นาทีก็เรียบร้อยแหละ) เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจเอกสาร ครบถ้วนจะได้รับเอกสารตอบรับมา และจากนั้นก็รอ วันนี้ของปีหน้า (7/06/56 จะได้เงินคืนภาษีแล้วสินะ ^^ )

รายงานผล : เพิ่มเติม
วันที่ 9 เมษายน 56 มีข้อความส่งเข้ามือจาก ExciseDept : ท่านได้รับสิทธิฯ (นั้นเดี๋ยวนี้) เงินจะเข้าบัญชี XXXXXX (คือ บช ที่เราถ่ายสำเนาหน้าแรกให้กับกรมสรรพามิตร) เมื่อครอบครองรถครบ 1 ปี ในวันที่ 5 ของเดือนถัดไป

และแล้ว --->
วันที่ 3 พฤษภาคม 56 มีข้อความส่งเข้ามือจาก 1551 : กรมบัญชีกลาง Transfer คืนเงินรถคันแรก XXXXXX Baht to bbl-xxxxxxxx (เลขที่ บช ของเรา)

ปล. ได้เงินครบทั้งหมด ไม่ได้แบ่งจ่ายนะจ๊ะ ^^




วันเสาร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2555

การสอบใบขับขี่แบบใหม่ปี 2555 (ท่าจอดเทียบฟุตบาท)

การสอบใบขับขี่แบบใหม่ปี 2555 (ท่าจอดเทียบฟุตบาท ห่าง 25 ซม. และกันชนหน้าต้องไม่เกินเส้นที่กำหนดไว้)


     ท่าจอดเทียบฟุตบาท ห่าง 25 ซม. และ กันชนหน้าตั้งไม่เกินเส้น (จะมีป้ายหยุดแสดงไว้) ท่านี้จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก (จากที่ไปสอบมาก็ตกท่านี้แหละ เพราะล้อรถด้านซ้ายต้องทับเส้นเหลือง และกันชนหน้าต้องไม่เกิน) เส้นที่กำหนดไว้ ดูเหมือนจะง่ายนะ แต่ก็ไม่ง่ายอย่างที่คิด
     มีเทคนิคนิดๆ สำหรับมือใหม่ 
     1. ให้ทำสัญญลักษณ์นิดหน่อย โดยให้นำกระดาษไปทำเครื่องหมายที่กระจกรถ 
         ให้เล็งกระดาษให้ดี แต่ละคนจะมีจุดเทียบมองไม่เหมือนกัน ใ้ห้พับกระดาษ เป็นแท่งยาว แล้วเล็งจุดกะขอบถนน หรือฟุตบาท โดยให้ห่าง สัก 1 ฝ่ามือ เมื่อได้ระยะแล้วให้ทำเครื่องใหม่ไว้ ล้อจะทับกะเส้นเหลืองในการสอบพอดี
      2. จอดให้พอดี คือ ให้สังเกตุปลายที่ปัดน้ำฝน ให้ปลายตรงกะสัญญลักษณ์ ให้หยุด กันชนหน้าจะไม่เกินเส้นขาว และพอดีกะเส้นแดง

     รับรองผ่านแน่นอน ^^

....เพิ่มเติม หลังจากที่ไปสอบที่สวนผัก ท่านี้ ตอนที่จะจอดให้สังเกตป้อมกรรมการจะมีเหล็กดัดอยู่ ให้เราจอดให้ตัวเราตรงกะเหล็กดัด กันชนหน้าจะพอดีกะเลยเส้นแดงและไม่เกินเส้นขาว
.....ขอให้โชคดีและผ่านทุกท่าน......

วันจันทร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2555

สาระควรรู้เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ ด้วยการขับเกียร์ auto

การใช้เกียร์ออโตเมติค (มาทำความรู้จักกับเกียร์กัน)

ปัจจุบันรถยนต์เกียร์ออโตเมติคได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะการขับขี่ในเมืองที่มีการจราจรติดขัด เนื่องจากขับขี่ได้ง่ายสะดวกสบายเพราะใช้เพียงคันเร่งและเบรกเท่านั้น คันเกียร์ของเกียร์ออโตเมติคจะมีตำแหน่งสำหรับใช้งานต่าง ๆ กันดังนี้ 

ตำแหน่ง P 
ใช้สำหรับจอดอยู่กับที่หรือบนพื้นที่ลาดเอียง โดยรถจะถูกล็อกให้หยุดอยู่กับที่ด้วยตัวล็อกภายในเกียร์ 

ตำแหน่ง R 
ใช้สำหรับการถอยหลัง 

ตำแหน่ง N 
ใช้สำหรับการหยุดรออยู่กับที่บนพื้นราบ ซึ่งในตำแหน่งนี้รถสามารถเข็นให้เคลื่อนที่ได้ 

ตำแหน่ง D 

ใช้สำหรับการขับขี่แบบอัตโนมัติโดยเกียร์จะเปลี่ยนไปเองโดยอัตโนมัติตามคันเร่งและความเร็วของรถ ใช้ขับขี่ได้ตั้งแต่การเริ่มออกตัวและเพิ่มความเร็วได้ไปเรื่อย ๆ จนถึงความเร็วสูงสุด การขับขี่โดยทั่วไปสามารถใช้เกียร์นี้เพียงเกียร์เดียวเท่านั้น


ตำแหน่ง L 
ใช้สำหรับการขับขี่ขึ้นทางลาดชันที่สูงมาก และต้องใช้ความเร็วต่ำ 

              หมายเหตุ การสตาร์ทเครื่องยนต์ถูกออกแบบให้สามารถกระทำได้เฉพาะ ตำแหน่ง P กับ N เท่านั้น เพื่อความปลอดภัย



ระยะความเร็วและระยะการเบรก
ที่ความเร็ว 20 กม./ชม. ระยะเบรกที่ต้องใช้อย่างน้อยที่สุด คือ 7 เมตร 
ที่ความเร็ว 40 กม./ชม. ระยะเบรกที่ต้องใช้อย่างน้อยที่สุด คือ 18 เมตร 
ที่ความเร็ว 60 กม./ชม. ระยะเบรกที่ต้องใช้อย่างน้อยที่สุด คือ 34 เมตร 
ที่ความเร็ว 80 กม./ชม. ระยะเบรกที่ต้องใช้อย่างน้อยที่สุด คือ 54 เมตร 
ที่ความเร็ว 100 กม./ชม. ระยะเบรกที่ต้องใช้อย่างน้อยที่สุด คือ 80 เมตร

วันอาทิตย์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555

การสอบใบขับขี่แบบใหม่ปี 2555 (ท่าถอยเข้าซอง)


ตำแน่งของเสาที่สนามสอบ


3   2  1
4
5
6
7  8  9


ลองพิจารณารถตัวเองว่า ตัวรถเราให้ดู อยู่ประมาณตำแหน่งไหน แนวไหน  ส่วนใหญ่เมื่อมองออกมาจากในรถ จะอยู่ตรงมุมสามเหลี่ยม กระจกประตูหลัง


เล็งให้ดีนะเริ่มเข้าซองโดย
1. ขับรถผ่านเสา 9 ไปยัง เสา 1 โดยให้ เสาอยู่ชิดรถให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้  (อย่าให้ถึงกับกระจกเกี่ยวเสา ตกทันที)
    แล้วขับเลยไป มองไปทางซ้าย เล็งให้เสา 1 อยู่ตรงกับ มุมสามเหลี่ยมกระจกประตูหลัง  เล็งให้เสาโผล่ออกมาพอดีครับ
2. หักพวงมาลัยไปทางซ้ายยยย ให้สุด อย่าแรงเดียวพัง  เข้าเกียร์ถอยหลัง  ถอยไปเรื่อยๆ  มองไปทางขวามองกระจกขวา เล็งให้มุมท้ายรถ เ้ห็นเสาต้นที่ 8 ทั้งต้น แล้ว ถอยให้เลยไปอีก จนเกือบเห็นเสาต้นที่ 7 แล้วหยุด 
3. คืนล้อแนวตรง แล้วถอยไป จนล้อหลังขวา เหยียบเส้นจราจร แล้วหยุด
4.หักพวงมาลัยไปทางขวา  จนสุด แล้วค่อยๆถอย  แล้วดูตำแหน่งรถให้ตรง 
 เมื่อเห็นว่า ตรงแล้วก็คืนพวงมาลัยไปในแนวตรง (อย่าลืมยกมือบอกกรรมการ) 
5. ตั้งสติ หายใจลึกๆ แล้ว หมุนพวงมาลัย ขวาสุด เพื่อออกจากซอง เข้าเกียร์เดินหน้า แล้วค่อยๆคลานนนนน ออกจากซองอย่าเร็ว (เตรียมตัวเพื่อไปสอบท่า จอดเทียบฟุตบาทต่อไป)


ลองทำดู  สักหลายๆรอบจนคล่องไปเอง จะเข้าเกียร์ แค่ 2 ครั้งเท่านั้น ถอยเข้า กะเดินหน้าออก